2006/Aug/02

โปไซดอน หรือ เนปจูน
(Poseidon หรือ Neptune)

เทพโปเซดอนได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าสมุทรหรือท้องทะเล โดยคำว่า "สมุทร"หรือ "ทะเล" ในภาษากรีกโบราณนั้นหมายเอาทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนเป็นสำคัญ เนื่องจากชาวกรีกในสมัยโน้น มีถิ่นฐานบ้านเมืองอยู่ใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน เป็นส่วนมาก เทพแห่งทะเลจึงมีความสำคัญกับชาวกรีกเป็นธรรมดา

ในกาลก่อนครั้งที่เหล่าเทพไทแทนยังมีอำนาจอยู่นั้น ห้วงมหรรณพทั้งหลายต่างอยู่ในความปกครองของ โอเชียนัส (Oceanus) ครั้นเมื่อเหล่าเทพไทแทนพ่ายแพ้แก่ ซูส แลัว ซูสก็ได้แบ่งการปกครอง ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนโดยเด็ดขาด ส่วนโอเชียนัสถูกลด อำนาจให้ได้ครองเพียงห้วงน้ำใหญ่ที่ไหลวนรอบโลก ซึ่งถื่อว่าไม่มีความสำคัญอะไรเลยสำหรับชาวกรีกสมัยนั้น นอกจากนี้ ทะเลยูซินีซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ทะเลดำ ก็อยู่ในความปกครองของโปเซดอนเช่นกัน


อำนาจของเทพโปเซดอน ส่วนใหญ่คือสามารถควบคุมพายุและความสงบในท้องทะเลได้โดยเด็ดขาด ยามเมื่อ ทรงรถทองคำเหนือน่านน้ำ คลื่นลมทะเลสงบเงียบเรียบลื่นไปตามล้อรถของเธอโดยตลอด (ในบางตำนานกล่าวว่า เวลาที่ เสด็จขึ้นจากประสาทใค้ทะเล ทะเลจะแหวกออกเป็นช่อง มีเสียงดังสนั่นลั่นโครมครืนนำมาก่อน

แล้วราชรถทรงทองคำ เทียมด้วยม้าฝีเท้าเยี่ยมตัวใหญ่มหึมาก็ค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากช่องน้ำแยกอย่างสง่างาม) เธอมีอาวุธที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ ประจำตัวเลยก็คือ "ตรีศูล" เมื่อใดที่ต้องการ"เขย่า"โลก ก็เพียงแต่กวัดแกว่งตรีศูลเท่านั้น ทะเลก็ปั่นป่วนเป็นบ้า เป็นเหตุให้โลกสั่นสะเทือนด้วยเหตุนี้เธอจึงได้รับสมญานามว่า "ผู้เขย่าโลก" ( Earthshaker ) ด้วย นั่นเอง

ถ้าจะกล่าวถึงอำนาจของโปเซดอนซึ่งปกครองดูแลน่านน้ำทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็น ทะเลลึก ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำธาร ละหานห้วย หรือแม้แต่เทพและนางอัปสรประจำน่านน้ำทั้งปวง ยังมีประสาทงดงามตระการตาอยู่ใต้ท้องทะเล เอเยี่ยน นอกจากที่ประทับสวรรค์ชั้นโอลิมปัสแล้ว

ดังจะเห็นว่านอกจากซูสเทพบดีแล้ว ไม่มีเทพองค์ใดที่มีอำนาจเกรียง ไกรไปกว่าท้าวเธอเลยที่เห็นก็มีเพียง ฮาเดส เทพครองนรก จ้าวแดนบาดาล ซึ่งทำให้ท้าวเธอถึงกับเคยคิดครองความ เป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวโดยร่วมมือกับเทวีฮีร่าและเทวีเอเธน่าพยายามโค่นเทพปริณายกซูสแต่ไม่สำเร็จ จึงถูกซูสลง ทัณฑ์เนรเทศโปเซดอนให้มาทำงานตรากตรำลำบากบนโลกมนุษย์ในเมืองทรอยโดยต้องสร้างกำแพงกรุง ทรอยให้ท้าว เลือมมิดอน (Laomedon) กษัตริย์ในขณะนั้น

ท้าวเลือมมิดอนได้สัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทนอย่างงดงามหลังจากที่ได้สร้างกำแพงเสร็จ ถึงแม้ว่างานดังกล่าว เป็นงานที่ยาก แต่หากด้วยในระหว่างนั้นเทพ อพอลโล (Apollo) ซึ่งถูกเนรเทศลงมาจากสวรรค์เช่นกัน

แต่โดย สาเหตุต่างกัน อาสาช่วยโปเซดอนสร้างกำแพงอีกแรงด้วย โดยดีดพิณให้หินเคลื่อนไปตามอำนาจของกระแสเสียงอันไพเราะ ทำให้ทุ่นแรงไปมาก งานจึงสำเร็จลงโดยเรียบร้อยและรวดเร็ว แต่ทว่าท้าวเลือมมิดอนเป็นกษัตริย์ละโมบและคิดโกง กลับบิดพลิ้วสัญญา ทำให้โปเซดอนคิด พยาบาท จึงเนรมิตสัตว์ร้ายดังอสุรกายขึ้นจากทะเล เที่ยวไล่กินผู้คนชาวเมืองไปเป็น จำนวนมาก

ชาวเมืองจึงตัดสินใจนำสาวพรหมจารีรูปงามพลีให้แก่สัตว์ร้าย โดยผูกไว้กับ โขดหินริมทะเล ตามคำแนะนำของ เจ้าพิธีผู้เข้าทรงในเมือง ปรากฏว่า สัตว์ร้ายดังกล่าวเมื่อกินหญิงสาวแล้วลงทะเลหายไป แต่มันหายไปเพียงปีเดียว ทำให้ชาวเมืองต้องทำ การพลีหญิงสาวทุกๆปี

ปีแล้วปีเล่าสัตว์ร้ายเฝ้าแต่เวียนมาตามกำหนดคำรบปีและทุกๆปีที่มันขึ้นมาก็จำต้องอุทิศสาวพรหมจารีพล ีให้เสมอ จน ในที่สุดชาวเมืองก็เห็นชอบพร้อมกันเลือกลูกสาวท้าวเลือมมิดอนเองชื่อว่า ฮีไซโอนี (Hesione) เพื่อพลีให้กับสัตว์ร้าย ฝ่ายท้าวเลือมมิดอนเองแม้จะไม่อยาก แต่ก็ขัดขวางชาวเมืองไม่ได้ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยลูกสาวของตน สุดท้ายจึงได้ แต่ป่าวประกาศหาชายห้าวหาญที่สามารถฆ่า สัตว์ร้ายได้ โดยสัญญาว่าจะประทานรางวัลให้อย่างงดงาม

ในขณะนั้นเอง เฮอร์คิวลิส (Hercules) ผ่านมาได้ยินข่าว จึงอาสาฆ่าสัตว์ร้ายและช่วยนางฮีไซโอนีได้พอดี เมื่องานสำเร็จท้าวเลือมมิดอนยังไม่ทิ้งนิสัย เดิม กลับเพิกเฉยต่อสัญญาที่ไห้ไว้กับเฮอร์คิวลิส เป็นเหตุให้เฮอร์คิวลิสผูกใจเจ็บ แต่เนื่องด้วยเฮอร์คิวลิสยังมีธุระอื่นที่ต้องทำ ครั้นเสร็จธุระดังกล่าวเฮอร์คิวลิสก็ได้รวบรวม สมัครพรรคพวกจำนวนหนึ่งยกเข้าล้อมกรุงทรอยและตีหักเข้าในเมืองได้ จากนั้นก็ได้จับท้าวเธอฆ่าเสีย ส่วนนางฮีไซโอนีนั้นได้ยกให้ เทลมอน (Telamon) สหายที่ ร่วมกันตีเมืองทรอยครั้งนี้

- คำมั่นสัญญาที่ท้างเลือมมิดอนประทานแก่เฮอร์คิวลิสนั้นคือ ถ้าเฮอร์คิวลิสฆ่าสัตว์ร้ายสำเร็จ จะประทาน ม้า งาม ๆ ฝีเท้าดีให้จำนวนหนึ่งตามที่เฮอร์คิวลิสประสงค์ ซึ่ง เมื่อเฮอร์คิวลิสทวงรางวัล พระเชษฐาของนางฮีไซโอนีชื่อ โพดาร์ซีส (Podarces) ได้ทูลแนะนำให้ท้าวเธอให้ปฏิบัติตามสัญญา ดังนั้นเมื่อเฮอร์คิวลิสตีเมืองทรอยแตก จึงไม่ได้ประหารโพดาร์ซึส เพียงแค่จับไว้เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งต่อมาชาวกรุงทรอยก็ได้ไถ่ถอนเอากลับคืนไปสถาปนาเป็นกษัตริย์ ทรงนามว่า เพรียม (Priam) ต่อไป


ส่วนสัญญาที่ท้าวเลือมมิดอนละเมิดกับเทพโปเซดอนคือคำบนว่าจะถวายลูกโคกระบือท้องแรกทั้งหมดเป็นเครื่องเซ่นสังเวย ณ แท่นบูชา ซึ่งการที่ท้าว เลือมมิดอนไม่แก้บนตามสัญญา ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายดังกล่าวยังเป็นเหตุทำให้ศึกครั้งสำคัญกรุงทรอยกับกรีก โปเซดอนดำรงในฐานะอริกับกรุงทรอยนั่นเอง

เทพโปเซดอนมีมเหสีนามว่า อัมฟิตริตี (Amphitrite) เป็นธิดาของเทพแห่งธารเนเรอุส ในตอนแรก ที่เทพโปเซดอนขอวิวาห์กับนางนั้น อัมฟิตริตีไม่ยินดีด้วย นางหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่อื่น ท้าวเธอจึงใช้ให้ปลาโลมาไปค้น หา จนกระทั่งพบและนำมาถวายพระองค์ อัมฟิตริตีจึงได้เป็นจอมเทวีแห่งมหาสมุทรเคียงคู่สวามี มีโอรสด้วยกันคือ ไทรตัน

โปเซดอนออกจะโชคดีกว่าซูสเทพบดีตรงที่มีมเหสีสงบเสงี่ยมมากกว่า เทวีอัมฟิตริตีปล่อยให้สวามีเจ้าชู้กับ สาวเจ้าอื่นได้โดยไม่หึงหวง ยกเว้นรายเดียวเท่านั้นคือรายของนาง ซิลลา (Seylla) ซึ่งเคยเป็นนางไม้สวยงามมาก ท้าวเธอหลงหัวปักหัวปำจนอัมฟิตริตีเทวีทนไม่ได้ จึงแอบลอบนำยาพิษไปโรยในสระน้ำที่นางซิลลาลงอาบประจำ ทำให้ นางกลายร่างจากสาวงามเป็นนางอสูรร้ายที่น่าสะพรึงกลัวไปทันที นับว่าเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่อัมฟิตริตีเทวี กระทำรุนแรงกับชายาของสวามี

ในรูปร่างของม้าอีกเช่นกันที่เทพจ้าวสมุทรแอบไปพิสมัยกับนางอัปสรบริวารของเทวี เอเธน่า นางนั้นคือ เมดูซ่า (Medusa) ในตำนานตอนนี้กล่าวไว้ว่า นางเป็นนางอัปสรที่สวยงามยิ่ง แต่เพราะไปหลงใหลใฝ่ฝันเทพโปเซดอนเข้า เทวีเอเธน่าจึงพิโรธโกรธเกรียว สาปให้นางมีผมเป็นงูไปทันที และทำให้นางน่าขวัญหนีดีฝ่อจน ผู้ใดเห็นเข้าจะกลายร่างเป็นหินแข็งชาไปหมด แต่เพราะการได้ร่วมอภิรมย์กับโปเซดอนในรูปร่างของม้า เมื่อวีรบุรุษเปอร์ซีอุสตัดศีรษะนางขาดออกนั้น เลือดที่กระเซ็นออก มากลายเป็นม้าวิเศษ 2 ตัว ตัวหนึ่งคือ คริสซาออร์ (Chrysaor) และอีกตัวคือ เปกาซัส (Pegasus) นั่นเอง

*************************

โปไซดอน มีชื่อในภาษาโรมันว่า เนปจูน เป็นโอรสของ โครนัส และเป็นพี่ชายของซีอุส เมื่อมหาเทพซีอุสยึดอำนาจจากโครนัส
สำเร็จ และเสร็จศึกชิงบัลลังก์แห่งทวยเทพแล้ว โปไซดอนกได้รับอำนาจให้ปกครองทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและแม่น้ำทั้งปวง

จึงถูกขนานนามว่า เจ้าสมุทรโปไซดอน โดยอำนาจนี้แบ่งมาจากโอเชียนัส เทพแห่งมหรรณพทั้งปวง ผู้เป็นหนึ่งในคณะไตตัน และ
เป็นพี่ชายของโครนัส โอเชียนัสยอมเข้ากับมหาเทพซีอุสโดยดีจึงถูกเรียกอำนาจกลับคืนบางส่วนคือทะเลเมดิเตอร์เรีเนียนและแม่น้ำ
ในแผ่นดินเท่านั้น อำนาจของเทพโปไซดอนอยู่เนหื่อน่านน้ำที่ปกครองโดยเด็ดขาด ยามที่ทรงราชรถทองคำออกมาเที่ยวบนผิวน้ำ

ท้องทะเลจะราบรื่น คลื่นลมสงบ แต่ถ้ายามใดพระองค์ต้องการให้คลื่นลมปั่นป่วนก็จะกวัดแกว่งตรีศูล อาวุธคู่หัตถ์ ยามนั้นท้อง
ทะเลจะปั่นป่วนเป็นทะเลคลั่ง ทำให้แผ่นดินริมทะเลพล่อยสะท้านไปด้วย จึงได้รับอีกสมญานาม ว่า ผู้เขย่าโลก เทพ เทวี และ
เทพอัปสรประจำน่านน้ำทั้งหลาย ต่างอยู่ภายใต้อำนาจของเทพโปไซดอนทั้งนั้น

เทพ เทวี และเทพอัปสรที่สำคัญในจำนวนนี้คือ

1. อัมฟิตริตี ธิดาของโอเชียนัสกับเทวีธีทีส เป็นเทวีแห่งทะเลริมฝั่ง และเป็นชายาของเทพโปไซดอน
2. นีรูส โอรสของโอเชียนัส เป็นเทพแห่งทะเล อยู่ประจำในทะเลเอจีน มีลักษณะเป็นชายชรา จึงถูกเรียกว่า ผู้เฒ่าแห่งทะเล
3. เธริส ธิดาของนีรูส เป็นเทพธิดาแห่งทะเลตรงปากน้ำ
4. นีเรียด ธิดาของนีรูสคณะหนึ่งมี 50 นาง เป็นเทพอัปสรที่ฟ้อนรำอยู่บนคลื่นทะเล
5. ตรีตอนส์ เป็นหมู่เทพที่นั่งเป่าปี่อยู่บนคลื่นทะเล ทำให้เกิดเสียงของคลื่น (บางตำนานกล่าวว่า ตรีตอนส์เกิดจากโปไซดอนกับ
อัมฟิตริรี)

แม้อำนาจของโปไซดอนจะยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่วายหงุดหงิด รำคาญใจ วันดี คืนดี คิดการใหญ่จะโค่นล้มบัลลังก์ทวยเทพ เพื่อจะได้เป็น
พระราชาแห่งทวยเทพเอง แต่ความล่วงรู้ถึงมหาเทพซีอุสก่อน จึงถูกสั่งให้จับตัวมาลงโทษ ด้วยการเนรเทศให้ขึ้นมาอยู่บนบก

ทำงานสร้างกำแพงเมืองทรอยซึ่งท้าวเลือมมิดอนปกครองขณะนั้นท้าวเลือมมิดอนทราบ ก็ให้ความเคารพยกย่องและสัญญาว่าเมื่อ
กำแพงเมืองเสร็จ จะถวายค่าตอบแทนอย่างงาม ค่าตอบแทนนี้คือจะถวายลูกโค กระบือท้องแรกทั้งหมด เครื่องสังเวย ณ แทนบูชา

ในระหว่างนั้น เทพอพอลโล ถูกเนรเทศเช่นกันแต่ต่างสาเหตุ เทพอพอลโลอาสาช่วยเทพโปไซดอนผู้เป็นลุง สร้างกำแพง ด้วยการดีดพิณให้ก้อนหินเคลื่อนไปตามอำนาจของเสียงพิณ ช่วยให้กำแพงเมืองทรอยสร้างเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว หลังจากกำแพง
เสร็จเทพโปไซดอนก็รอสัญญาจากท้าวเลือมมิดอน แต่ท้าวมิดอนกลับไม่รักษาสัญญาทำให้เจ้าสมุทรโกรธ เนรมิตสัตว์ร้ายตัวหนึ่ง
ขึ้นจากทะเล เที่ยวกินผู้คนในเมืองทรอยไปมากต่อมาก ชาวเมืองทรอยจึงพากันไป เซ่นสรวงเทพเจ้า เพื่อหาทางรอดพ้น

เทพเจ้าตอบว่าให้เอาสาวพรหมจารีให้สัตว์ร้ายกิน เมื่อสัตว์ร้ายกินสาวพรหมจารี 1 คน จะไม่อาละวาด ไป 1 ปี ชาวเมืองก็ทำตาม หญิง
สาวจึงรีบมีสามี หนีการเป็นพรหมจารี สุดท้าย ทั่วทั้งเมืองทรอยเหลือสาวพรมหมจารีเพียงคนเดียว คือนาง ฮีไซโอนี ผู้เป็น
ราชธิดาของท้าวเลือมมิดอน

ท้าวเลือมมิดอน จึงหาวิธีแก้ไข ด้วยการป่าวประกาศหาผู้กล้าหาญมาปราบสัตว์ร้าย โดยตั้งรางวัลล่อใจ ผู้ที่มาตามประกาศคือ
เฮรากลิส หรือ เฮอร์คิวลิส วีรบุรุษผู้ทรงพลัง ดังนั้น พอสัตว์ร้ายโผล่มากเพื่อจะกินเหยื่อ ก็พบกับเฮอร์คิวลิสกับตะบอกไม้โอ็กคู่มือ

การต่อสู้ปิดฉากลงด้วยการตายของเจ้าสัตว์ร้าย สร้างความยินดีแก่ชาวเมื่องและท้าวเลือมมิดอนไม่น้อย แต่ท้าวเธอไม่วายงัดเอา
นิสัยเดิมมาใช้ นั่นคือ ไม่รักษาสัญญา ทำให้เฮอร์คิวลิสโกรธ แต่ก็ยังทำการแก้แค้นไม่ได้ เพราะยังมี ภารกิจต้องทำค้างอยู่ จึงได้แต่
เก็บความแค้นเอาไว้ในใจ และจากไปเพื่อจัดการภารกิจ ส่วยเทพโปไซดอนนั้น พอครบกำหนดเนรเทศ ก็กลับคืนฐานะเดิมและเก็บ
ความเกลียดชังชาวทรอยสืบต่อมา

กล่าวกันว่า ปกติแล้ว เจ้าสมุทรโปไซดอนไม่ใช่เทพเจ้าที่ดุร้ายถ้าไม่ทำโกรธก็ทรงเมตตากรุณาต่อมนุษย์เช่นกัน ดังเช่น
เรื่องราวของมนุษย์คนหนึ่งที่ชื่อว่า อิดาส ซึ่งหลงรักสาวสวยนางหนึ่ง ชื่อ มาร์เปสซา แต่บิดาของมาร์เปสซาไม่ยอมให้นาง
แต่งงานกับอิดาส อิดาสจึงด้นตั้นเดินทางไปหาเทพโปไซดอนด้วยความยากมลำบาก เมื่อได้พบกับเจ้าสมุทร

หนุ่มอิดาสก็อ้อวอนขอยืมราชรถของพระองค์ เพื่อใช้ลักพาหญิงสาวที่ตนรัก เจ้าสมุทรทรงเห็นใจ จึงทรงอนุญาต
นอกจากนี้ในตำนานของเทพโปไซดอน เทพองค์นี้ยังมีเรื่องพิพาทกับเทวีเอธีนา ในกรณีแย่งกันครองนครเพิ่งสร้างใหม่ ซึ่งเทพโปไซดอนเป็นฝ่ายแพ้ นครสร้างใหม่จึงได้ชื่อว่า นครเอเธนส์ ตามนามของเทวีเอธีนา และอีกคราวหนึ่ง เทพโปไซดอนทรงเกิดพิพาท
กับเทพอพอลโลแย่งกันครองนครคอรินส์ ในกรณีหลังพระองค์ทรงเป็นฝ่ายชนะ

กล่าวกันว่า ในเมืองที่บูชาเทพโปไซดอน ก็จะบูชาเทวีอัมฟิตริตี ชายาของพระองค์ด้วย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขันน้ำ
#1  by   (125.24.104.217) At 2008-04-16 20:50, 

<< Home