2007/Feb/15

วีรบุรุษเปอร์ซิอุส (Perseus)

Perseus เป็นบุตรชายของ Zeus ที่เกิดกับ Danae โดยที่ Danae เป็นธิดาโทนผู้เลอโฉมของกษัตริย์ Acrisius แห่งเมือง Argos ซึ่งกษัตริย์อยากได้บุตรชายมาก แต่เมื่อถาม Oracle ที่ Delphi ว่าจะได้บุตรชายหรือไม่ กลับได้คำตอบว่า จะมีหลานชายจากบุตรีคนเดียว ที่จะมาฆ่าองค์กษัตริย์เอง ทำให้กษัตริย์ Acrisius กลัวมาก แต่ไม่กล้าฆ่าลูกสาวของตนเอง เนื่องจากกลัวพระเจ้าลงโทษ จึงขังบุตรีไว้ในห้องใต้ดินอย่างแน่นหนา มีแต่เพดานที่เจาะช่องไว้มองเห็นฟ้าเบื้องบนได้

คืนหนึ่ง Zeus ได้จำแลงมาในรูปของฝนทองตกจากสวรรค์มาในห้องที่คุมขัง และ Danae ก็ตั้งครรภ์บุตรของ Zeus ซึ่งเมื่อกษัตริย์ Acrisius ค้นพบก็โกรธมาก แต่ก็ไม่กล้าฆ่าในทันที ได้แต่ขังแม่ลูกในกล่องปิดและลอยตามทะเลไป ซึ่งกล่องนี้ถูกพบโดยชาวประมง Dictys กับภรรยา ทั้งคู่เป็นคนดีและเลี้ยงทั้งแม่และลูก เสมือนเป็นลูกของตนเอง ซึ่งอยู่เป็นสุขมาหลายปี จนกระทั่ง Perseus โตเป็นหนุ่ม

ผู้ครองเกาะนั้นชื่อ Polydectes ตกหลุมรัก Danae จึงคิดจะกำจัด Perseus เสีย จึงได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องของอสูรกาย Gorgons ให้ฟังบ่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้จัดงานเลี้ยงและเชิญ Perseus เข้ามาร่วมงานด้วย โดยที่ทุกคนมีของขวัญมาให้ เว้นแต่ Perseus ทำให้ Perseus ประกาศว่าจะเอาหัวของ Gorgon มาเป็นของขวัญ หลังจากนั้น Perseus ก็รีบออกทะเล โดยก่อนที่จะได้เล่าเรื่องให้แม่ฟัง แล้วล่องเรือไปเกาะกรีซ โชคดีที่ Perseus มีเทพคุ้มครองทั้งสองคนคือ Hermes และ Pallas Athena

ระหว่างทางที่เดินทาง Perseus ได้พบกับ Hermes ซึ่งแนะนำว่าก่อนจะไปถึง Gorgons Perseus ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อน โดยต้องเดินทางไปเอาของวิเศษ 3 อย่างจาก ภูตทางเหนือ แต่ทางที่ไปจะรู้ได้จาก Grey women ซึ่งเป็น สามพี่น้องที่แก่มาก ที่แปลกก็คือ สามพี่น้องนี้มีตาอยู่ตาเดียว และต้องผลัดกันใช้ ซึ่ง Perseus ต้องซ่อนตัวเมื่อมีการส่งตาให้กัน แล้ว Perseus ต้องไปแย่งมา และถามคำถามที่ต้องการทราบ ซึ่งเป็นไปตามที่คาด สามพี่น้องจึงรีบบอกทางให้อย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ดวงตาคืน ถึงแม้ว่าทางที่ไปหาภูตทางเหนือ เป็นทางที่ไม่สามารถจะหาได้ง่าย แต่เมื่อมี Hermes ช่วย Perseus ก็สามารถพบภูตทางเหนือได้โดยไม่ยากนัก

ของขวัญที่ได้รับจากภูตทางเหนือมีทั้งหมด 3 ชิ้นได้แก่ ร้องเท้ามีปีก (Winged Sandals) ถุงวิเศษที่สามารถขยายขนาดได้พอดีกับของที่ใส่ (Magic Wallet) และที่สำคัญที่สุด คือ หมวกวิเศษ ที่สามารถทำให้ผู้ใส่หายตัวได้ (Cap of Darkness) นอกจากนี้ Hermes ยังให้ยืมดาบวิเศษ ที่สามารถตัดผ่านเกล็ดของ Gorgons โดยไม่หักหรือบิ่นก่อน และ Pallas Athena ก็ได้ให้ยืมโล่ห์ขัดเงา ที่ป้องกันอก เพื่อให้ Perseus เอาไว้มองเงาสะท้อนของ Gorgons เพื่อหลีกเลี่ยงการมองอสูรกายโดยตรง

เมื่อ Hermes พา Perseus ไปถึงที่อาศัยของอสูรกาย จากเงาสะท้อนของโล่ห์ Perseus ได้เห็นสัตว์ประหลาด ที่มีปีกขนาดมหึมา และร่างกายถูกปกคลุมด้วยเกล็ดทองทั้งตัว ส่วนที่หัวก็มีงูขดอยู่แทนผม ซึ่งสัตว์นี้มีอยู่ทั้งหมด 3 ตัว โดย 2 ตัวมีชีวิตเป็นอมตะ (Immortal) มีอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถฆ่าได้ คือ Medusa ซึ่งเป็นโชคดีของ Perseus ที่อสูรกายเหล่านี้ กำลังหลับอยู่ โดยที่ Athena ช่วยบอก Perseus ว่าตัวไหนเป็น Medusa ถึงตอนนี้ Perseus ก็บินไปเหนือสามพี่น้อง โดยที่ตาจับจ้องอยู่ที่เงาสะท้อนเท่านั้น โดยมี Athena ช่วยนำทางดาบให้ เพียงแค่ดาบเดียวก็สามารถตัดหัวของ Medusa และเก็บหัวของ Medusa ใส่ถุงที่เตรียมมาได้ และถึงแม้ว่า Gorgon อีกสองตัวพยายามจะตามมา แต่หมวกวิเศษก็ช่วยกำบังเขาให้หนีไปได้

เมื่อกลับมาถึงเกาะ เขาก็ได้ทราบข่าวว่า ภรรยาของ Dictys (ชาวประมง) ได้เสียชีวิตนานแล้ว ส่วนแม่และ Dictys ได้หนีไปหลบซ่อนตัวจาก Polydectes หลังจากที่แม่ของเขา ได้ปฏิเสธการแต่งงาน นอกจากนี้เขายังรู้ว่า Polydectes กำลังจัดงานเลี้ยง Perseus จึงไปที่นั่น ทั้งดาบของ Hermes และโล่ห์ของ Athena ดึงสายตาของทุกคนในห้อง มาที่ Perseus เขาจึงแสดงหัวของ Medusa เข้าไปในห้อง ทำให้ทุกคนอยู่ในที่นั้น กลายเป็นหินทั้งหมด เมื่อกำจัดทรราชย์อย่าง Polydectes ได้สำเร็จ เขาก็ออกตามหาแม่และ Dictys และตั้งให้ Dictys เป็นผู้ครองเมืองแทน ส่วนเขาและแม่รวมทั้ง Andromeda ก็กลับไปหากษัตริย์ Acrisius เพื่อจัดการปัญหา แต่เมื่อกลับไปที่ Argos ก็พบว่า กษัตริย์ Acrisius ถูกขับออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว และไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน

ต่อมา Perseus ได้ไปเข้าร่วมงานพุ่งแหลน ซึ่งแหลนของ Perseus ได้หล่นลงท่ามกลางฝูงชน และผู้โชคร้ายคนนั้น คือ Acrisius นั่นเอง ซึ่งคำทำนายของ วิหารเทพ Apollo ถูกต้องอีกตามเคย และทั้ง Perseus และ Andromeda ก็อยู่กันอย่างมีความสุข มีลูกชายชื่อ Electryon ซึ่งเป็นตาของ Hercules ในกาลต่อมา ส่วนหัวของนาง Medusa ได้เก็บรักษาไว้โดย Athena โดยเก็บไว้ที่โล่ห์ของ Zeus (Aegis) ที่ Athena มีหน้าที่เก็บรักษานั่นเอง

----------------------------------

ขออภัยท่านที่รออ่านมานาน(มาก) ด้วยนะครับ ที่ไม่ได้มาอัพ นานไปครับ ยังไงก้อขอบคุณด้วยครับ ที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน บล๊อกของผม ขอบคุณนะครับ

2007/Feb/15

เทพี ยูโรปา Europa

...เรื่องนาง ยูโรปา (Europa) เป็นนิทัศนุทาหรณ์แห่งนิสัยเจ้าชู้สู่สาวของซูสเทพบดีเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่แสดงมูลที่มาของทวีบยุโรปด้วยในตัว

นางยูโรปาเป็นลูกสาวท้าวอจีนอร์ (Agenor) เจ้ากรุงฟินีเซีย ซึ่งเป็นบุตรของเทพ โปเซดอน กับนาง ลิบเบีย นอกจากนางยูโรปา ท้าวอจีนอร์ยังมีบุตรอีก 3 มีนามตามลำดับว่า แคดมัส (Cadmus), ฟินิกซ์ (Phonix) และ ซิลิกซ์ (Cilix)

วันหนึ่งนางยูโรปากำลังเที่ยวเก็บดอกไม้อยู่ในทุ่ง ร่าเริงอยู่กับบริวาร พลันสายตา นางก็แลสบโคเผือกผู้ตัวหนึ่งมีลักษณะพ่วงพีเจริญตา กอปรด้วยท่าทางละม่อมดุจเชิญชวนให้ลูบไล้ ครั้นโคกรายเข้าไป ใกล้ สาวเจ้าให้มีใจเบิกบานยินดี จึงแล่นรี่เข้าไปลูบโลมแต่โดยเบา และเอาช่อดอกไม้ทุ่งทอดทัดให้

ฝ่ายโคก็คู้เข่ายอบ ตัวลงเชื้อเชิญให้นางขึ้นนั่งหลัง พอนางขึ้นนั่งพลางร้องเรียกให้บริวารให้ขึ้นนั่งบ้าง โคนั้นก็เผ่นโผนโจนทะยานตัดท้อง ทุ่งมุ่งหน้าพานางออกสู่ชายทะเลโดยด่วน มิทันที่ใครจะทำตามเสียงนางเรียกนั้นได

ครั้นถึงริมทะเลแทนที่จะยั้งอยู่หรือคืนหลัง โคกลับพลันโจนทะยานล่องละลิ่วไปบนพื้นน้ำอันคลาคล่ำไปด้วย ปลาโลมาดำผุดดำว่าย เหล่าอัปสรนีเรียดก็ผุดขึ้นเรียงรายรับแน่นขนัด ท้องทะเลสงบสงัดปราศจากคลื่น

ส่วน ไทรทอน (Triton) พนักงานแตรก็เป่าสังข์เสียงครื้นครั่นดังสนั่น ตลอดจนเทพโปเซดอนเจ้าสมุทรก็พลันผุด เป็นมัคคุเทศก์ เข้าเคียงคลอชะลอเลื่อน ทั้งนี้เพราะโคนั้นหาใช่โคเถื่อนมาแต่ไหน ที่แท้ก็คือไท้เทพ ซูส นั่นเองจำแลงมา

2006/Aug/24

เทพ แพน Pan

...ในบรรดาวงศ์โอลิมเปี้ยนมีเทพอยู่องค์หนึ่งไม่เหมือนทวยเทพองค์อื่น โดยมีร่างกายกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ แต่ก็ได้รับการยอมรับเป็นเทพองค์หนึ่งในสวรรค์ชั้นโอลิมปัส มีนามว่า เทพแพน

แพน (Pan) เป็นเทพในระดับหลานของซูส เทพบดี กล่าวคือ เธอเป็นโอรสของเทพ เฮอร์มีส กับนางพรายน้ำ อนงค์หนึ่ง แพนเป็นเทพแห่งทุ่งโล่งและดงทึบ หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทพ แห่งธรรมชาติทั้งปวงก็ไม่ผิด เพราะคำว่า "แพน" ในภาษากรีกแปลว่า "All" หรือทั้งหลายทั้งปวงนั่น แล

เทพองค์นี้มีรูปร่างผิดแปลกกับเทพอื่น ๆ ที่มักสวยสง่างาม เทพแพนเป็นส่วนผสมระหว่างมนุษย์ กับสัตว์ กล่าวคือ ร่างกายหน้าตาเป็นมนุษย์ แต่ท่อนล่างลงไปเป็นแพะ บนศีรษะมีเขาเป็นแพะเช่นกัน และมีหนวดเครา

การที่เทพแพนมีรูปร่างเช่นนี้นั้น มีเหตุผลสนับสนุนอยู่เบื้องหลังด้วย มิใช่ว่าชอบใจจะให้เทพเจ้าของตนมีรูปร่าง เป็นอย่างไร ชาวกรีกก็ว่าไปตามใจชอบมิได้ แต่มีสาเหตุมาจากว่า ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติอันประกอบด้วย มนุษย์และสัตว์นั่นเอง

ในสมัยแรกเริ่มเดิมที แพนออกจะเป็นเทพที่ร่าเริงและมีความสุขมาก กวีกรีกโบราณพยายามให้ทุกคนมอง เห็นภาพพจน์ของแพนในลักษณะเทพผู้เริงระบำรำฟ้อน สนุกสนานอยู่เสมอ เธอมีพรสวรรค์พิเศษอยู่อย่างหนึ่ง คือเป่าหลอดได้ไพเราะมาก จนกระทั่งครั้งหนึ่งเคยประ-ลองขันแข่งกับเทพ อพอลโล เทพแห่งดนตรีกาลเลยทีเดียว หลอดของแพนทำจากต้นอ้อธรรมดา มีลักษณะไม่เหมือนขลุ่ย ภาษาอังกฤษเรียกของสิ่งนี้ว่า Pipe ซึ่งแปลว่าหลอดหรือท่อ

การที่เทพแพนมีเครื่องดนตรีชิ้นนี้ประจำตัวนั้น ได้มีตำนานกล่าวไว้น่าสนใจดียิ่ง กล่าวคือ แพนได้ ไปยลโฉมของ นางพรายน้ำตนหนึ่งเข้า นามว่า ไซรินซ์ (Syrinx) เกิดถูกชะตาต้องใจเป็นอันมาก จึงติดตาม ไปหมายของความรัก แต่นางพรายน้ำไม่ยินดีด้วย เนื่องจากหวั่นกลัวในรูปร่างของแพน เทพแห่งธรรมชาติ จึง วิ่งหนีเตลิดไป แพนก็ออกไล่ตาม จนมาถึงริมน้ำ ครั้นนางพรายน้ำเห็นท่าจวนเจียนหนีไม่พ้นแน่ จึงตะโกนขอ ความช่วยเหลือจากเทพแห่งท้องธาร คำขอร้องของ นางสัมฤทธิ์ผล เทพแห่งท้องธารสงสารนางจึงดลบันดาลให้นาง กลายเป็นต้นอ้อประดับอยู่ริมฝั่งน้ำนั่นเอง เมื่อเทพแพนมาถึง และได้รู้ความจริงก็เศร้าสร้อยมาก จึงเอาต้นอ้อนั้น มาตัดและมัดเข้าด้วยกันใช้เป็นเครื่องดนตรีเป่าอย่างไพเราะสืบมา

และชื่อของนางพรายน้ำตนนี้ ซึ่งแปลว่า หลอดหรือท่อ ยังคงใช้สืบกันมาจนตราบเท่าทุกวันนี้
บุตตลิกลักษณะของแพนมาเปลี่ยนแปลงในสมัยที่ศาสนาคริสต์เริ่มแพร่หลาย คือราว 2000 ปีมานี้ ชาวคริสเตียน ทั้งหลายเข้าใจผิดในรูปโฉมของเทพองค์นี้ เพราะออกจะน่ากลัวอยู่ จึงเหมาเอาว่า แพนคงจะเป็นเทพ แห่งความชั่วร้ายน่ากลัวที่ แอบแฝงอยู่ในป่าดิบดงดำ ต่อมาลักษณะอันน่ากลัวของแพนจึงกลายเป็นลักษณะของ ปิศาจร้ายในสายตาชาวคริสเตียนไป และกล่าวว่า ใครเห็นแพนเข้าในป่า เป็นต้องถูกหลอกหลอนให้ตื่นตกใจ กลัวแทบตายไปทุกราย ดังนั้น จึงบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่ว่า แพนนิค (Panic) ซึ่งแปลว่าตกใจกลัวจนลนลาน นั่นเอง

----------------------------------------

รูปอาจจะไม่ใช่นะครับ แต่ส่วนตัวแล้วชอบ saint seiya ครับ เป็นสีสันครับ


edit @ 2006/08/24 20:18:09